แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แพะพื้นเมือง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ แพะพื้นเมือง แสดงบทความทั้งหมด

วันศุกร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2550

"แพะพื้นเมือง Thai Native Goat" Here I am !



วันนี้ขอจั่วหัวตามกระแสหน่อยก็แล้วกัน สำหรับท่านที่ดูข่าวทีวี หรืออ่านข่าวหนังสือพิมพ์คงจะเข้าใจว่าหมายถึงอะไร แต่สำหรับตรงนี้หมายถึง "แพะ" เท่านั้น ส่วนจะเป็นแพะของใคร แพะในประเทศหรือแพะต่างประเทศ และสีสันจะเป็นเช่นไร เดี๋ยวเรามาดูกัน

จั่วหัวเท่ ๆ ไปเช่นนั้นเอง อยากลองเกาะกระแสดูบ้าง ว่าจะโดนช็อตหรือเปล่า บางคนอ่านมาหลายตอนแล้วยังไม่รู้เลยว่า แพะพื้นบ้าน แพะพื้นเมืองนั้น หน้าตาเป็นอย่างไร จะดูได้จากตรงไหนบ้าง คือหมายถึงลักษณะ รูปร่าง ไม่ใช่ให้ไปดูที่ภาคใต้อะไรทำนองนั้น

ดร.วินัย ประลมพ์กาญจน์ ผู้เชี่ยวชาญด้านแพะอีกท่านหนึ่งของไทยท่านได้ทำการวิจัยเกี่ยวกับแพะพื้นเมืองไทย (Thai Native Goat) อย่างจริงจังและสรุปไว้ว่า แพะพื้นเมืองที่เลี้ยงอยู่ในภาคใต้เป็นแพะเนื้อ มีลักษณะคล้ายคลึงกับแพะพันธุ์พื้นเมืองของประเทศมาเลเซีย และมีลักษณะสำคัญดังต่อไปนี้

สี มากกว่า 60% สีดำ น้ำตาล หรือน้ำตาลสลับดำ ที่เหลืออาจจะมีสีขาวหรือเหลืองปนบ้าง
เขา มีเขาทั้งเพศผู้และเพศเมีย
ติ่งใต้คอ ที่พบติ่งใต้คอประมาณ 6%
หู ใบหูตั้ง
สัดส่วน และ ส่วนสูง เพศเมียเมือโตเต็มวัยมีความสูงระดับไหล่ (วัดจากพื้นที่แพะยืนถึงปุ่มที่หลังตรงตำแหน่งขาหน้า)41-57 เซนติเมตร โดยเฉลี่ย 48.5 เซนติเมตร มีความยาวรอบอกเฉลี่ย 59.6 เซนติเมตร น้ำหนักเฉลี่ย 16.4 กิโลกรัม เพศผู้ความสูงระดับไหล่ 46-68 เซนติเมตร

หวังว่าท่านคงพอจะดูออกแล้วกระมังว่าแพะพื้นเมืองนั้นเป็นเช่นใด สำหรับผมแล้วเห็นว่าพลเมืองพื้นบ้านของเรามัก ตกเป็นแพะเสมอ

ขอขอบคุณภาพจากคู่มือเลี้ยงแพะ ของ กรมปศุสัตว์

Read More......

วันพฤหัสบดีที่ 30 สิงหาคม พ.ศ. 2550

แพะพื้นเมือง Where are you?


หลังจากที่ตามหาพื้นเพของแพะพื้นเมืองกันแล้ว ทีนี้เรามาตามดูกันต่อดีกว่าว่าแพะพื้นเมืองยังสบายดีอยู่หรือ และอยู่กันที่ไหนบ้าง ยังเหลืออยู่กันกี่มากน้อย อนาคตจะเป็นเช่นไร จะยังคงดำรงเผ่าพันธุ์กันต่อไป หรือว่าค่อยๆ ถูกกลืนหายไปกับการปรับปรุงและพัฒนาสายพันธุ์ด้วยการผสมข้ามกับแพะพันธุ์ต่างถิ่นตามสมัยนิยมของนอก แล้วเรียกว่าเป็นการผสมพันธุ์แบบพัฒนาเพื่อยกระดับสายเลือดขึ้นไป ฟังแล้วรู้สึกดี และชื่นชมที่เกษตรกรบ้านเรารู้จักการพัฒนายกระดับสายพันธุ์ให้ดีขึ้นเพื่อวงการแพะบ้านเราจะได้ก้าวทันต่างชาติซะที

ในอดีตแพะมักจะได้รับความสนใจน้อยมากเมื่อเทียบกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ การศึกษาและวิจัยเพื่อปรับปรุงพันธุ์และประสิทธิภาพในการผลิตของแพะแทบจะไม่มีเลย ความสามารถในการผลิตของแพะพันธุ์พื้นเมืองต่างๆ ที่มีอยู่ก็เป็นผลมาจากการคัดเลือกพันธุ์โดยธรรมชาติเสียเป็นส่วนใหญ่ แม้ว่าเราจะสามารถบอกถึงความแตกต่างระหว่างลักษณะภายนอกของแพะแต่ละพันธุ์ได้ แต่ข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวกับประสิทธิภาพในการผลิตของแต่ละพันธุ์ เช่นลักษณะการสืบพันธุ์ การเจริญเติบโต การผลิตนม โรคและพยาธิแทบจะไม่มีเลย (เอกชัย พฤกษ์อำไพ)

ดร.สรศักดิ์ คชภักดี ได้เขียนลงหนังนิยสารสัตว์บกเอาไว้ในเรื่อง ควรจะเลี้ยงแพะเนื้อพันธุ์อะไรดีว่า แพะพื้นเมืองไทย ที่เป็นพื้นเมืองแท้ก็หายากเช่นกัน เพราะมักจะผสมกับพ่อพันธุ์บอร์หรือพันธุ์แองโกลนูเบียน เท่าที่ทราบปัจจุบันมีอยู่ฝูงหนึ่งมีแพะประมาณ 100 ตัว เลี้ยงอยู่ที่ศูนย์วิจัยและพัฒนาสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็ก มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร แพะพื้นเมืองฝูงนี้เป็นแพะที่ซื้อเข้ามาเป็นแม่พันธุ์ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2527-2528 และยังไม่มีการผสมข้ามกับแพะพันธู์อื่นๆ แพะพื้นเมืองไทยจากแหล่งอื่น ที่เหลืออยู่ในปัจจุบันก็มีอยู่บ้าง แต่ผสมปนเปอยู่ในฝูงของเกษตรกรรายย่อย ซึ่งไม่นานอาจหมดไป เพราะแพะเหล่านี้ถูกผสมกับพ่อพันธุ์บอร์หรือแองโกลนูเบียน ลูกที่ได้ก็จะไม่เป็นพื้นเมืองอีกต่อไป ส่วนแม่แพะพื้นเมืองเมื่อถึงอายุไข (ประมาณ 8-10 ปี) ก็จะถูกคัดออกเพื่อจำหน่ายเป็นแพะเนื้อ

ในช่วงระยะ 10 ปีที่ผ่านมา บุคคลหลายกลุ่มได้ตระนักถึงความสำคัญของแพะ ได้ทำการศึกษาและวิจัยเกี่ยวกับแพะอย่างกว้างขวางในทุกๆ ด้าน อย่างไรก็ตามมีกลุ่มบุคคลอยู่ไม่น้อยที่พยายามยกระดับความสามารถในการผลิตของแพะโดยหวังผลในระยะเวลาอันสั้นด้วยการนำแพะพันธุ์อื่นเข้ามาผสมข้ามกับแพะพันธุ์พื้นเมืองเดิม ทั้งๆที่ไม่ได้ศึกษาให้แน่ชัดว่า พันธุ์พื้นเมืองเดิมนั้นมีคุณลักษณะที่ดีอย่างไรบ้าง จึงน่าเป็นห่วงว่าในที่สุดแล้วเราอาจสูญเสียแพะพันธุ์พื้นเมืองพันธุ์ดีไปหมดโดยไม่ทัีนรู้ตัว (เอกชัย พฤกษ์อำไพ)

ขอขอบคุณภาพจากคู่มือการเลี้ยงแพะ กรมปศุสัตว์,เอกชัย พฤกษ์อำไพ คู่มือแพะ, ดร.สุรศักดิ์ คชภักดี นิตยสารสัตว์บก

Read More......

พื้นเพ แพะพื้นเมือง


ผู้ที่สนใจจะเลี้ยงแพะเป็นอาชีพ ควรเริ่มต้นจากแพะพันธุ์พื้นเมืองที่มีลักษณะดี เพราะมีข้อดีหลายประการ เช่น สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งปีและเจริญเติบโตได้ดี ในสภาพแวดล้อมของประเทศเรา ซึ่งสามารถปรับตัวเข้าสภาพแวดล้อมได้ดีอยู่แล้ว เลี้ยงดูง่าย ทนทานต่อโรคและพยาธิ และมีราคาที่ไม่แพงเหมือนแพะพันธุ์จากต่างประเทศ

เชื่อว่าคำตอบข้างต้นนี้ จะเป็นคำตอบที่มือใหม่จะได้รับจากการถามไถ่ออกไปแทบจะทุกรายไป ถ้าท่านไม่เชื่อก็ลองโพสถามคุณกู เกิ้ลดู หรือลองโพสถามไปตามกระดานถามตอบต่างๆ ว่าเราควรจะเริ่มต้นอย่างไรกับการเลี้ยงแพะ เพราะยังไม่เคยเลี้ยงเลย เกิดมาก็เพิ่งจะรู้จักแพะจากตรงนี้แหละ อะไรประมาณนั้น รับรองได้ว่าคำตอบที่ได้ไม่ผิดไปจากคำตอบข้างต้นมากนัก เชื่อขนมกินได้

บางท่านอาจจะเสริมไปว่า "ด้วยภูมิปัญญาพื้นบ้าน บวกกับวัตถุดิบที่มีในถ้องถิ่นเช่นพืชสมุนไพรต่างๆ มากมาย ที่มีให้แพะพื้นเมืองได้กินเป็นอาหาร ย่อมทำให้แพะที่เลี้ยงมีสุขภาพดียิ่งขึ้นไปอีก"

จากคำตอบต่างๆ ที่หลายๆ ท่านได้ช่วยกันให้คำตอบมานั้นแสดงว่า "แพะ" เป็นสัตว์ที่มีถิ่นเกิดอยู่ในประเทศไทยอยู่แต่เดิม เรียกได้ว่าแพะเป็นสัตว์ประจำถิ่น ประจำบ้าน ประจำเมือง หรือแพะท้องถิ่น แพะพื้นบ้าน แพะพื้นเมือง ก็ว่าได้

แต่ในชิวิตจริงกว่าที่ผมจะได้รู้จักแพะตัวเป็นๆ ก็ตอนที่โตเป็นหนุ่มแล้ว และได้มีโอกาสดินทางไปที่ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ขณะที่ขับรถไปตามเส้นทางสู่อำเภอเบตง เพื่อนที่นั่งไปด้วยในรถ ได้บอกเตือนให้ระวังแพะ เดี๋ยวจะไปชนแพะชาวบ้านเข้า รับรองไปไหนไม่ได้แน่นอน และก็คุยกันไม่รู้เรื่องด้วย ผมเลยถามไปว่าทำไมคุยไม่รู้เรือง เพื่อนตอบว่า เขาไม่พูดภาษาไทย และแพะของเขาก็เปรียบได้กับวัวของเราเชียวล่ะ แสดงว่าแพะเป็นสิ่งที่มีมูลค่าสำหรับผู้คนถิ่นนั้น

ออกนอกเรื่องไปอีกแล้ว ผมพยายามหาข้อมูลมาสนับสนุนเพิ่มเติมก็หาไม่ได้ว่าแพะ เป็นสัตว์เฉพาะถิ่น หรือมีทั่วไปของประเทศ สุดท้ายก็ต้องถามคุณกู อันนี้เราต้องยอมรับว่าในโลกของไซเบอร์คุณกู เกิ้ล เขาไม่ใช่ย่อย ก็ได้คำตอบค่อนข้างเป็นที่พอใจจากรายงานการวิจัยของ ดร.วินัย ประลมพ์การญจ์ ดังต่อไปนี้

"ตามหลักฐานที่บันทึกเกี่ยวกับประวัติการเลี้ยงแพะในประเทศไทย หลวงสุวรรณวาจกกสิกิจ รายงานปี พ.ศ. 2491 ว่าแพะที่เลี้ยงในประเทศไทยในขณะนั้นเข้าใจว่าเป็นแพะเลือดอินเดีย บางคนเรียกว่า แพะบังกะลา ซึ่งอาจหมายความว่าเป็นแพะที่มาจากเมืองบังกะลาหรือเบงกอล แพะที่เลี้ยงมีเขา หน้าโค้ง หูตก และหูยาวทั้งนั้น ยังไม่พบพันธุ์ที่ไม่มีเขา หูตั้งและหน้าตรง

แพะพื้นเมืองที่เลี้ยงอยู่ในภาคใต้เป็นแพะเนื้อ มีลักษณะคล้ายคลึงกับแพะพันธุ์พื้นเมืองของประเทศมาเลเซีย ซึ่งเรียกว่าพันธุ์แกมบิง กั๊ตจัง (Kambing Katjang หรือ Katjang หรือ Kacang)"

นอกจากนี้แพะที่เลี้ยงกันแถบตะวันตก เช่น จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดตาก และจังหวัดนครสวรรค์ เข้าใจว่าเป็นแพะที่มาจากประเทศอินเดีย ปากีสถาน และบังคลาเทศ เข้าสู่ประเทศไทยผ่านทางประเทศเมียนมาร์ มีรูปร่างสูงใหญ่กว่าแพะทางใต้ แพะกลุ่มนี้มีใบหูปรกยาวมาก ขายาว ผอมเก้งก้าง และเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในนาม "แพะพม่า" หรือ "แพะหูยาว"(ดร.สุรศักดิ์ คชภักดี)

หวังว่าท่านที่อุตส่าห์ตามอ่านจนถึงตรงนี้แล้วคงจะได้คำตอบอะไรบ้าง เกี่ยวกับ"แพะพื้นเมือง" ถ้าท่านใดมีข้อมูลที่ใหม่กว่านี้ ก็แลกเปลี่ยนกันเข้ามาได้ครับ ขอขอบคุณภาพจาก คู่มือการเลี้ยงแพะ ของกรมปศุสัตว์ ณ ตรงนี้ไว้ด้วย

Read More......