แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พฤติกรรมของสัตว์เลี้ยง แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ พฤติกรรมของสัตว์เลี้ยง แสดงบทความทั้งหมด

วันพุธที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2550

พฤติกรรมของสัตว์เลี้ยง


มีคนมาสะกิดบอกว่าช่วยขยายความให้มากกว่านี้หน่อย อ่านแล้วขี้เกียจตีความ และก็ไม่อยากไปค้นข้อมูลเพิ่มเติม ไหนๆ ก็เข้ามาอ่านแล้ว ก็ให้มันจบและเข้าใจตรงนี้เลย

แป๋ว ว ว ว แสดงว่ามีคนว่าข้าน้อยพูดแล้วเข้าใจยากอีกคนแล้ว ก็ขอแก้ตัวหน่อยก็แล้วกันว่า อันที่จริงแล้วอยากจะเขียนยาวๆ แต่คิดเอาเองว่า คนไทยส่วนมากยังไม่ค่อยชอบอ่านอะไรที่มันมีเนื้อหายาวๆ ก็เลยพยายามจะสั้นเข้าไว้

พฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงที่จะกล่าวต่อไปนี้ก็ขอขยายความต่อ โดยนำข้อมูลจากแหล่งข้อมูลเดิมก็แล้วกันเพราะสั้นและเข้าใจง่ายซึ่งจัดทำโดย สาขาวิชาเทคโนโลยีการผลิตสัตว์ สำนักวิชาเทคโนโลยีการเกษตร มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ในหัวข้อ พฤติกรรมของสัตว์ที่เหมาะสมต่อการเป็นสัตว์เลี้ยง เนื้อหาไม่ขอเปลี่ยนแปลงและขอนำมาถ่ายทอดต่อทั้งดุ้นอีกเช่นเคย ซึ่งมีรายละเอียดต่อไปนี้

1. สามารถอาศัยรวมกันเป็นฝูง หรือกลุ่มสังคมได้ ทั้งนี้เพื่อประหยัดพื้นที่โรงเรือนและอุปกรณ์ในการเลี้ยงดู เช่น วัว ควาย แพะ แกะ เป็ด ไก่ เป็นต้น

2. มีการจัดอันดับทางสังคม (Social order) และอันดับทางสังคมของสัตว์แต่ละตัวค่อนข้างคงที่ไม่เปลี่ยนแปลงบ่อยๆ การจัดอันดับทางสังคมในฝูงสัตว์ทำให้ลดการต่อสู้แก่งแย่งกันระหว่างสัตว์ในฝูง ถ้าท่านเป็นคนช่างสังเกต หรือชอบดูสารคดีก็จะพบว่า สัตว์จะมีจ่าฝูงอยู่หนึ่งตัวเสมอในแต่ละฝูง ทำให้ง่ายต่อการดูแลและไล่ต้อน เพราะเวลาไปไหนเขาก็จะยกฝูงไปกันเป็นขบวน

3. สามารถผสมพันธุ์กันได้โดยไม่เลือกคู่ผสม และตัวผู้สามารถผสมกับตัวเมียได้หลายตัว (Polygenous) เพื่อเป็นการประหยัดไม่ต้องเลี้ยงตัวผู้ไว้เป็นจำนวนมาก และเพื่ออำนวยความสะดวกต่อการจัดระบบการผสมพันธุ์และการปรับปรุงพันธุ์ อันนี้ชัดเจนว่า เพื่อการดำรงเผ่าพันธุ์โดยไม่มีที่สุด และขยายเผ่าพันธุ์รวดเร็ว

4. ตัวผู้มีลักษณะต่างๆ แตกต่างจากตัวเมียอย่างเห็นได้ชัด มีขนาดใหญ่กว่า มีหงอนโต กว่า หรือมีอาวุธต่างๆ เช่น เขา งา หรือเดือย เป็นต้น สิ่งเหล่านี้ทำให้ตัวผู้มีอันดับทางสังคมสูงกว่าตัวเมีย อันเป็นผลเพื่ออำนวยต่อการผสมพันธุ์แบบคุมฝูง

5. ลูกสัตว์มีการพัฒนาการต่างๆ อย่างสมบูรณ์เมื่อคลอด (Precocial development at birth) ทำให้สามารถเลี้ยงตัวเองได้อย่างรวดเร็วหลังคลอด เพื่อให้แม่สัตว์เป็นอิสระจากการเลี้ยงลูกได้เร็ว และพ่อสัตว์ไม่มีส่วนในการเลี้ยงลูก นอกจากนี้การที่ลูกสัตว์มีการพัฒนาการด้านต่างๆ ดี ทำให้มนุษย์สามารถเข้าจัดการดูแลแทนแม่สัตว์ได้ เช่น เมื่อคลอดออกมาต้องเดินได้โดยเร็ว ไปหานมแม่กินเองได้ หรือกินอาหารเองได้หลังคลอดในไม่ช้า

6. แม่สัตว์ยอมรับเลี้ยงลูกของตัวอื่นได้ง่าย พฤติกรรมนี้ทำให้การจัดการดูแลสัตว์สะดวกขึ้นมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อแม่สัตว์ตายหรือไม่มีนมให้ลูกกินหลังคลอด ทำให้เราสามารถฝากลูกเลี้ยงได้เมื่อมีเหตุจำเป็น เช่นแพะมีลูกแฝด 3 หรือแฝด 4 สามารถฝากแม่ลูกเดี่ยวเลี้ยงได้

7. เป็นสัตว์ประเภทกินพืชเป็นอาหาร (Herbivore) หรือกินได้ทั้งพืชและเนื้อเป็นอาหาร (Omnivore) ทั้งนี้เพื่อให้สามารถใช้อาหารที่มนุษย์ไม่สามารถกินได้ให้เป็นประโยชน์มากที่สุด และไม่เป็นการแย่งอาหารของมนุษย์ด้วย

8. มีความสมารถสูงในการปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงทางสภาพแวดล้อมต่างๆ และระบบการเลี้ยงดูของมนุษย์ ข้อนี้ก็สำคัญไม่น้อย เพราะถ้าไม่สามารถปรับตัวได้ หรือปรับตัวไม่ทัน ความเสียหายย่อมเกิดขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะถ้าเราเลี้ยงสัตว์ในรูปแบบของการทำธุรกิจยิ่งต้องคำนึงให้มากๆ

หวังว่าท่านที่อุตส่าห์ตามอ่านมาถึงตรงนี้คงพอจะเข้าใจบ้าง ถ้าไม่เข้าใจ หรือเข้าใจดีกว่านี้ ก็แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเข้ามาได้ครับ

Read More......

วันอังคารที่ 11 กันยายน พ.ศ. 2550

เรียนรู้พฤติกรรมของแพะ



พฤติกรรม คืออะไร สำคัญไฉน ทำไมเราถึงต้องเรียนรู้ รู้แล้วได้อะไร เพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา เดี๋ยวเราลองไปหาคำตอบกัน

ตามหลักฐานอ้างอิงแบบไทยๆ ก็ต้องยึดตาม พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. ๒๕๔๒ บันทึกไว้ว่า

พฤติกรรม น. การกระทําหรืออาการที่แสดงออกทางกล้ามเนื้อ ความคิด และความรู้สึก เพื่อตอบสนองสิ่งเร้า.

เขียนสั้นๆ ได้ว่า พฤติกรรม คือ การกระทำเพื่อตอบสนองสิ่งเร้า

แล้วอย่างไรเรียกว่าตอบสนอง และอย่างไรเรียกว่าสิ่งเร้า

สนอง [สะหฺนอง] ก. ทำตามที่ได้รับคำสั่งหรือคำขอร้องเป็นต้น เช่น สนองโครงการในพระราชดำริ สนองนโยบายของรัฐบาล; โต้ตอบ เช่นกรรมตามสนอง, ตอบรับการเสนอ เช่น เสนอขาย สนองซื้อ. (ข. สฺนง).

เร้า ก. กระตุ้นเตือน เช่น เร้าอารมณ์; ปลุกใจ เช่น พูดเร้าใจ. ว. ที่กระตุ้น
เตือน เช่น สิ่งเร้า.

หวังว่าท่านคงจะสับสนกันพอสับควรแล้วกระมัง กับการใช้พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน ในรูปแบบของชาวบ้านๆ อย่างผม

เรามาว่ากันต่อในเรื่องการเรียนรู้พฤติกรรมของแพะกันต่อดีกว่า "การเรียนรู้พฤติกรรมของแพะอย่างถ่องแท้ จะเป็นแนวทางให้เราสามารถจัดการระบบต่างๆ ได้ถูกต้องตามความต้องการของแพะนั้นๆ เมื่อแพะมีอาการผิดปกติ เป็นสัญญาณบอกให้รู่ว่าแพะได้มีอาการป่วยไข้แล้ว จึงต้องดำเนินการป้องกันและรักษาโดยด่วน" (ปริศนา จิตต์ปรารพ,ต้นทุนและผลตอบแทนจากการเลี้ยงแพะนม ในฟาร์มขนาดใหญ่ กรณีศึกษา บริษัท สยามแผ่นดินทอง จำกัด) แล้วพฤติกรรมของแพะเลี้ยงจะเป็นอย่างไร

แพะ จัดเป็นสัตว์เลี้ยงชินดหนึ่ง ดังนั้นพฤติกรรมหลักๆ ของสัตว์เลี้ยงย่อมไม่ต่างกันมากนัก เช่น อาศัยรวมกันเป็นฝูงหรือกลุ่มสังคมได้ เพื่อประหยัดพื้นที่และอุปกรณ์การเลี้ยง มีการจัดอันดับทางสังคม ผสมพันธุ์ได้โดยไม่เลือกคู่ ตัวผู้มีลักษณะแตกต่างจากตัวเมียอย่างเห็นได้ชัด ลูกสัตว์มีการพัฒนาดีเมื่อคลอด แม่สัตว์ยอมรับเลี้ยงลูกตัวอื่นได้ง่าย เป็นสัตว์กินพืชหรือกินทั้งพืชและเนื้อ และสุดท้ายมีความสามารถสูงในการปรับตัวเข้ากับสิ่งแวดล้อม

"พฤติกรรมของสัตว์เลี้ยง (Ethlogy) เป็นศาสตร์สาขาหนึ่ง ซึ่งครอบคลุมถึงการแสดงอริยบทต่างๆ ของสัตว์มากมาย เช่น การหายใจ การกินอาหารและน้ำ การต่อสู้ การสืบพันธุ์ การให้น้ำนม เหล่านี้เป็นต้น" (น.สพ. ถวัลย์ วรรณกุล การเลี้ยงแพะและการป้องกันรักษาโรค)

แพะเป็นสัตว์เคี้ยวเอื้องขนาดเล็กกินพืชเป็นอาหาร โดยเฉพาะแพะชอบกินใบไม้ พุ่มไม้ จะปีนป่ายและกินใบไม้และเปลือกไม้อ่อน แพะชอบออกหาอาหารกินเองมากกว่า ชอบกินใบไม้มากกว่าหญ้า เลือกกินอาหารที่อยู่สูงกว่าระดับพื้นดิน และไม่ชอบกินอาหารชนิดเดียวเป็นเวลานานๆ

นอกจากแพะจะปีนป่ายได้เก่งแล้ว ยังสามารถ มุด ลอด และกระโดดได้เก่งอีกด้วย แพะเป็นสัตว์ที่มีความอยากรู้อยากเห็น แม้กระทั่งเรื่องการกิน มีอะไรให้กินก็ต้องขอลองกินดูก่อน กินได้ไม่ได้อีกเรื่องหนึ่ง

"ปริมาณที่แพะกินได้ 3-6% ของน้ำหนักตัว
แพะเลือกกินไม้พุ่ม 72 % หญ้า 28%
แพะจะเดินหากินอาหารได้ไกลถึงวันละ 6-8 กิโลเมตร
แพะถ้าเลี้ยงแบบขังจะกินน้ำวันละ 0.68 ลิตร/ตัว
ถ้าเลี้ยงแบบปล่อยแพะจะกินน้ำวันละ 2 ลิตร/ตัว
ใช้เวลากินอาหาร 30% เคี้ยวเอื้อง 12%
เดินทางหาอาหาร 12% และพักผ่อน 46%"

(เอกชัย พฤกษ์อำไพ, คู่มือการเลี้ยงแพะ)

ทั้งหมดเป็นพฤติกรรมทั่วๆ ไปและพฤติกรรมการกินอาหารของแพะ หวังว่าท่านคงพอจะรู้จักแพะได้ดีขึ้นระดับหนึ่งแล้วกระมัง

ภาพจาก moment.ee

Read More......